กำลังโหลด...
กำหนดกรณีอื่นที่เจ้าหน้าที่จะทำการพิจารณาทางปกครองไม่ได้
พ.ศ. 2566 — ออกตามความใน ม.13(6) แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
มาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง กำหนดกรณีที่เจ้าหน้าที่ทำการพิจารณาทางปกครองไม่ได้ไว้ 5 กรณี (ข้อ 1-5) และในข้อ (6) มอบอำนาจให้ออก กฎกระทรวง เพื่อกำหนด "กรณีอื่น" เพิ่มเติม
มาตรา 13 — 5 กรณีหลัก (ทบทวน)
▸(1) เป็นคู่กรณีเอง
▸(2) เป็นคู่สมรสหรือคู่หมั้นของคู่กรณี
▸(3) เป็นญาติของคู่กรณี (บุพการี/สืบสันดาน/พี่น้อง/ลูกพี่ลูกน้อง ≤ 3 ชั้น / แต่งงาน ≤ 2 ชั้น)
▸(4) เป็น/เคยเป็นผู้พิทักษ์หรือตัวแทนของคู่กรณี
▸(5) เป็นเจ้าหนี้ ลูกหนี้ หรือนายจ้างของคู่กรณี
⭐(6) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ← กฎกระทรวง พ.ศ. 2566 นี้!
กฎกระทรวงนี้ออกโดยอำนาจ มาตรา 6 วรรคหนึ่ง และ มาตรา 13(6) ลงนามโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อ 25 พฤษภาคม 2566 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 1 มิถุนายน 2566
เพิ่มเติมจาก ม.13(1)-(5)
เคยเป็นคู่หมั้นหรือคู่สมรสของคู่กรณี
อดีตสมรส/หมั้นเป็นหรือเคยเป็นผู้ซึ่งอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสกับคู่กรณี
อยู่กินโดยไม่จดทะเบียนเป็นหรือเคยเป็นผู้ซึ่งอยู่กินกับคู่กรณีที่เป็นบุคคลเพศเดียวกันโดยกำเนิดในลักษณะเดียวกันกับชายหญิงที่อยู่กินกันฉันสามีภริยา
เพศเดียวกัน (ฉันสามีภริยา)เป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดานในความเป็นจริงไม่ว่าชั้นใด ๆ หรือเป็นพี่น้องหรือลูกพี่ลูกน้องในความเป็นจริงนับได้เพียงภายในสามชั้นของคู่กรณี
ญาติ "ในความเป็นจริง"เป็นหรือเคยเป็นบุตรบุญธรรมของคู่กรณี หรือเป็นหรือเคยเป็นผู้รับคู่กรณีเป็นบุตรบุญธรรม
บุตรบุญธรรมเป็นลุง ป้า น้า อา ของคู่กรณี
ลุง/ป้า/น้า/อาเป็นผู้พักอาศัยอยู่ร่วมกับคู่กรณีในสถานที่เดียวกันในลักษณะครัวเรือนเดียวกัน
ร่วมครัวเรือนเป็นลูกจ้างหรือที่ปรึกษาซึ่งได้รับค่าตอบแทนของคู่กรณี
ลูกจ้าง/ที่ปรึกษา💡 เทคนิคจำง่าย
จำด้วย: "เคยสมรส/หมั้น — อยู่กินไม่จดทะเบียน — เพศเดียวกัน — ญาติจริง — บุตรบุญธรรม — ลุงป้าน้าอา — ร่วมครัวเรือน — ลูกจ้าง/ที่ปรึกษา"
ข้อ 1 — เคยเป็นคู่หมั้น/คู่สมรส
ม.13(2) ครอบคลุมเฉพาะ ปัจจุบัน กฎกระทรวงขยายให้รวม อดีต ด้วย เพราะความสัมพันธ์ที่ผ่านมาอาจยังกระทบความเป็นกลาง
ข้อ 2-3 — อยู่กินฉันสามีภริยาโดยไม่จดทะเบียน / เพศเดียวกัน
ม.13 ไม่ครอบคลุมคู่ที่ ไม่ได้จดทะเบียนสมรส หรือ คู่รักเพศเดียวกัน กฎกระทรวงนี้จึงปิดช่องว่าง สอดคล้องกับสังคมยุคใหม่
ข้อ 4 — ญาติ 'ในความเป็นจริง'
ม.13(3) ครอบคลุมญาติ ตามกฎหมาย กฎกระทรวงขยายให้ครอบคลุมญาติ ในความเป็นจริง (เช่น บุตรนอกสมรสที่ไม่ได้จดทะเบียน) เพื่อไม่ให้หลีกเลี่ยงได้ด้วยช่องกฎหมาย
ข้อ 6 — ลุง ป้า น้า อา
ความสัมพันธ์ระดับนี้อยู่นอกเหนือ "3 ชั้น" ตามม.13(3) แต่กฎกระทรวงเพิ่มเป็นข้อยกเว้นเฉพาะ เพราะในวัฒนธรรมไทยมักมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด
ข้อ 7 — ร่วมครัวเรือน
ผู้ที่อาศัยอยู่ร่วมกันย่อมมีความผูกพันและผลประโยชน์ร่วมกัน แม้จะไม่ใช่ญาติทางสายเลือด
ข้อ 8 — ลูกจ้าง/ที่ปรึกษา
ม.13(5) ห้ามเฉพาะ "นายจ้าง" กฎกระทรวงขยายให้รวม "ลูกจ้างหรือที่ปรึกษาที่รับค่าตอบแทน" ของคู่กรณีด้วย เพราะมีผลประโยชน์ทางการเงินจากคู่กรณีโดยตรง
| ประเด็น | ม.13 (พ.ร.บ.) | กฎกระทรวง 2566 |
|---|---|---|
| คู่สมรสปัจจุบัน | ✅ ม.13(2) | — |
| คู่สมรส/หมั้น อดีต | ❌ ไม่ครอบคลุม | ✅ ข้อ 1 |
| อยู่กินไม่จดทะเบียน | ❌ ไม่ครอบคลุม | ✅ ข้อ 2 |
| คู่รักเพศเดียวกัน (ฉันสามีภริยา) | ❌ ไม่ครอบคลุม | ✅ ข้อ 3 |
| ญาติตามกฎหมาย (บุพการี/สืบสันดาน) | ✅ ม.13(3) | — |
| ญาติในความเป็นจริง | ❌ ไม่ครอบคลุม | ✅ ข้อ 4 |
| บุตรบุญธรรม | ❌ ไม่ครอบคลุม | ✅ ข้อ 5 |
| ลุง ป้า น้า อา | ❌ เกิน 3 ชั้น | ✅ ข้อ 6 |
| ร่วมครัวเรือน | ❌ ไม่ครอบคลุม | ✅ ข้อ 7 |
| นายจ้างของคู่กรณี | ✅ ม.13(5) | — |
| ลูกจ้าง/ที่ปรึกษาของคู่กรณี | ❌ ไม่ครอบคลุม | ✅ ข้อ 8 |
⚠️ จุดสังเกต
กฎกระทรวงนี้ใช้ ควบคู่กับ ม.13(1)-(5) ไม่ใช่แทน — ต้องจำทั้งสองส่วนรวมกัน
⚠️ จุดสังเกต
ข้อ 2 และ 3 ครอบคลุมทั้ง "เป็นอยู่" และ "เคยเป็น" — แม้ความสัมพันธ์สิ้นสุดแล้วก็ยังห้าม
⚠️ จุดสังเกต
ข้อ 4 ใช้คำว่า "ในความเป็นจริง" — หมายความว่าแม้ไม่มีความสัมพันธ์ทางกฎหมาย แต่ถ้าความสัมพันธ์นั้นมีอยู่จริงก็ต้องถอนตัว
⚠️ จุดสังเกต
ข้อ 8 ที่ปรึกษาต้อง "ได้รับค่าตอบแทน" — ถ้าเป็นที่ปรึกษาอาสาสมัครโดยไม่รับค่าตอบแทน ไม่เข้าข้อ 8
❌ เข้าใจผิด
กฎกระทรวงนี้ยกเลิกมาตรา 13 ของ พ.ร.บ.
✅ ถูกต้อง
กฎกระทรวงเพิ่มเติมกรณีตาม ม.13(6) เท่านั้น ม.13(1)-(5) ยังมีผลบังคับเต็ม
❌ เข้าใจผิด
ลุง ป้า น้า อา ครอบคลุมอยู่ใน ม.13 อยู่แล้ว
✅ ถูกต้อง
ลุง ป้า น้า อา อยู่นอกขอบเขต ม.13(3) ต้องใช้กฎกระทรวงข้อ 6 จึงจะครอบคลุม
❌ เข้าใจผิด
ที่ปรึกษาทุกคนของคู่กรณีห้ามพิจารณา
✅ ถูกต้อง
ห้ามเฉพาะที่ปรึกษาที่ 'ได้รับค่าตอบแทน' จากคู่กรณีเท่านั้น (ข้อ 8)
กฎกระทรวงนี้ออกตามอำนาจมาตราใด?
ม.6 วรรคหนึ่ง และ ม.13(6) แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
กฎกระทรวงมีกี่กรณีที่เพิ่มเติม?
8 กรณี (ข้อ 1-8)
ลุง ป้า น้า อา เข้าข้อใดของกฎกระทรวง?
ข้อ 6 — "เป็นลุง ป้า น้า อา ของคู่กรณี"
คู่ที่อยู่กินกันโดยไม่จดทะเบียนสมรส เข้าข้อใด?
ข้อ 2 — ต้องถอนตัวจากการพิจารณา
เคยเป็นคู่สมรสแต่หย่ากันแล้ว ยังต้องถอนตัวหรือไม่?
ใช่ — ข้อ 1 ครอบคลุม "เคยเป็น" คู่สมรสด้วย
เหตุผลในการออกกฎกระทรวงนี้คืออะไร?
เพื่อให้การพิจารณาทางปกครองมีความเป็นกลางมากยิ่งขึ้น
กฎกระทรวงนี้ "เพิ่มเติม" ม.13(1)-(5) ไม่ใช่แทน — จำทั้งคู่
ม.13 มี 5 กรณี + กฎกระทรวงมี 8 กรณี รวม 13 กรณี (ข้อยกเว้นทั้งหมด)
คีย์เวิร์ดที่ต่างจาก ม.13: "เคย" (อดีต), "ความเป็นจริง" (จริงแม้ไม่มีกฎหมาย), "ร่วมครัวเรือน", "ลูกจ้าง/ที่ปรึกษา"
ลุง ป้า น้า อา อยู่ในกฎกระทรวง ไม่ใช่ ม.13 — ออกสอบบ่อย!
ที่ปรึกษาต้องรับ "ค่าตอบแทน" จึงจะห้าม — อาสาสมัครไม่นับ
1. กฎกระทรวงกำหนดกรณีอื่นที่เจ้าหน้าที่จะทำการพิจารณาทางปกครองไม่ได้ พ.ศ. 2566 ออกตามอำนาจมาตราใดแห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง?
2. กฎกระทรวง พ.ศ. 2566 กำหนดกรณีที่เจ้าหน้าที่จะทำการพิจารณาทางปกครองไม่ได้ไว้ทั้งหมดกี่กรณี?
3. นายดำเคยเป็นคู่สมรสกับนางแดง (หย่าแล้ว) ต่อมานายดำเป็นเจ้าหน้าที่ที่ต้องพิจารณาคำขออนุญาตของนางแดง กรณีนี้นายดำทำการพิจารณาได้หรือไม่?
4. นายก และนางข อยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ต่อมาเลิกกัน ปัจจุบันนายกเป็นเจ้าหน้าที่พิจารณาเรื่องของนางข กรณีนี้เข้าข้อใดของกฎกระทรวง?
5. ข้อใดต่อไปนี้ "ไม่" อยู่ในกฎกระทรวงกรณีอื่นฯ แต่อยู่ใน มาตรา 13 ของ พ.ร.บ. อยู่แล้ว?
6. นางสาวค เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายให้บริษัท ง โดยไม่รับค่าตอบแทน (อาสาสมัคร) ต่อมานางสาวคต้องพิจารณาคำขอใบอนุญาตของบริษัท ง นางสาวคทำการพิจารณาได้หรือไม่?
7. กรณีใดต่อไปนี้ที่กฎกระทรวง พ.ศ. 2566 ได้เพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ เพื่อสะท้อนความเปลี่ยนแปลงทางสังคม?
8. นายจ พักอาศัยอยู่ร่วมบ้านกับนายฉ ในลักษณะครัวเรือนเดียวกัน (ไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่คู่สมรส) นายจต้องพิจารณาเรื่องของนายฉ กรณีนี้เข้าข้อใดของกฎกระทรวง?
9. วัตถุประสงค์หลักในการออกกฎกระทรวงฉบับนี้คืออะไร?
10. ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องเกี่ยวกับกรณี "ลุง ป้า น้า อา" ตามกฎกระทรวง?