กำลังโหลด...
พ.ศ. 2539
พ.ร.บ.นี้เปลี่ยนระบบความรับผิดของเจ้าหน้าที่รัฐจากเดิมที่ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยแยก 3 กรณี ที่สำคัญ:
📌 เจ้าหน้าที่ → บุคคลภายนอก
ทำในหน้าที่ → หน่วยงานรับผิดแทน
🔄 หน่วยงาน → ไล่เบี้ยเจ้าหน้าที่
เฉพาะจงใจ/ประมาทร้ายแรง
⚖️ เจ้าหน้าที่ → หน่วยงาน
ทำละเมิดต่อหน่วยงานของตัวเอง
โครงสร้างพ.ร.บ.
"เจ้าหน้าที่" หมายความว่า
ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานประเภทอื่น ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งในฐานะกรรมการหรือฐานะอื่นใด
★ กว้างมาก — รวมทั้งกรรมการและผู้ปฏิบัติงานทุกประเภท
"หน่วยงานของรัฐ" หมายความว่า
กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา และหน่วยงานอื่นของรัฐที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐตาม พ.ร.บ.นี้
แผนภาพ: เจ้าหน้าที่กระทำละเมิด → ใครรับผิด?
กระทำ "ในการปฏิบัติหน้าที่"
หน่วยงานของรัฐรับผิดแทน
ฟ้องเจ้าหน้าที่โดยตรงไม่ได้ (ม.5)
กระทำ "นอกการปฏิบัติหน้าที่"
เจ้าหน้าที่รับผิดส่วนตัว
ฟ้องเจ้าหน้าที่โดยตรงได้ (ม.6)
ม.5 — ทำในหน้าที่ → หน่วยงานรับผิดแทน
ม.6 — ทำนอกหน้าที่ → เจ้าหน้าที่รับผิดเอง
ละเมิดที่มิใช่การปฏิบัติหน้าที่ — ผู้เสียหายฟ้องเจ้าหน้าที่ เป็นการส่วนตัวได้โดยตรง ไม่สามารถฟ้องหน่วยงานของรัฐได้
⚠️ จุดสังเกต
ประเด็นสำคัญ: คำว่า "ในการปฏิบัติหน้าที่" หมายถึงกระทำในขณะปฏิบัติหน้าที่ แม้อาจเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนคำสั่งหรือเกินขอบเขตก็ตาม
หัวใจสำคัญที่สุดของ พ.ร.บ.นี้ — ออกสอบทุกปี!
เมื่อหน่วยงานของรัฐต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ผู้เสียหายแล้ว หน่วยงานมีสิทธิไล่เบี้ยเรียกคืนจากเจ้าหน้าที่ เฉพาะกรณีที่เจ้าหน้าที่กระทำด้วย:
😤
จงใจ
ตั้งใจกระทำให้เกิดความเสียหาย
😵
ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
บกพร่องอย่างชัดแจ้งผิดปกติวิสัย
หลัก 3 ประการในการไล่เบี้ย
ไล่เบี้ยได้เพียงใดให้คำนึงถึง ระดับความร้ายแรงและความเป็นธรรม — ไม่จำเป็นต้องให้ใช้เต็มจำนวน
ถ้าละเมิดเกิดจากความผิดของหน่วยงานหรือระบบส่วนรวม → ต้องหักส่วนความรับผิดของหน่วยงานออกด้วย
กรณีเจ้าหน้าที่หลายคน — ไม่ใช้หลักลูกหนี้ร่วม ต่างคนต่างรับผิดเฉพาะส่วนของตน
💡 เทคนิคจำง่าย
จำว่า "ไล่เบี้ยได้เฉพาะ จงใจ หรือ ประมาทร้ายแรง"
ประมาทธรรมดา = ไม่ต้องรับผิด (หน่วยงานรับแทนไปเลย)
หลายคนทำ = ไม่ใช้หนี้ร่วม แต่ละคนรับเฉพาะส่วน
❌ เข้าใจผิด
เจ้าหน้าที่ประมาทธรรมดา หน่วยงานไล่เบี้ยได้
✅ ถูกต้อง
ไล่เบี้ยได้เฉพาะ 'จงใจ' หรือ 'ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง' เท่านั้น ประมาทธรรมดาหน่วยงานรับแทนโดยไม่ไล่เบี้ย
❌ เข้าใจผิด
เจ้าหน้าที่หลายคนทำละเมิด ต้องร่วมรับผิดเต็มจำนวน
✅ ถูกต้อง
ม.8 ตัดหลักลูกหนี้ร่วม — แต่ละคนรับผิดเฉพาะส่วนของตนเท่านั้น
1 ปี
อายุความไล่เบี้ย
นับแต่วันที่หน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย (ม.9)
2 ปี
อายุความ (ม.10 — เจ้าหน้าที่ทำละเมิดต่อหน่วยงาน)
นับแต่วันที่หน่วยงานรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่ที่จะต้องใช้ค่าสินไหม
ม.10 — เจ้าหน้าที่ทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐ
แบ่งเป็น 2 กรณี:
ทำในการปฏิบัติหน้าที่ → ใช้ ม.8 โดยอนุโลม (ไล่เบี้ยได้เฉพาะจงใจ/ประมาทร้ายแรง)
ทำนอกการปฏิบัติหน้าที่ → บังคับตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
⚠️ จุดสังเกต
อายุความ 2 ปี (ม.10) — ถ้ากระทรวงการคลังตรวจสอบแล้วเห็นว่าต้องรับผิด ให้อายุความ 1 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐมีคำสั่งตามความเห็นของกระทรวงการคลัง
ผู้เสียหายยื่นคำขอต่อหน่วยงานของรัฐ
หน่วยงานต้องออกใบรับคำขอให้เป็นหลักฐานและพิจารณาโดยไม่ชักช้า
หน่วยงานพิจารณาภายใน 180 วัน
ขยายได้อีกไม่เกิน 180 วัน โดยรัฐมนตรีเจ้าสังกัดอนุมัติ
ผู้เสียหายไม่พอใจผล → ร้องทุกข์ต่อ กฤษฎีกา
ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการวินิจฉัย
| ขั้นตอน | ระยะเวลา | มาตรา |
|---|---|---|
| หน่วยงานพิจารณาคำขอ | 180 วัน (+180 วัน) | ม.11 |
| ร้องทุกข์ต่อ กฤษฎีกา (ถ้าไม่พอใจ) | 90 วัน | ม.11 |
| อายุความไล่เบี้ย (ม.8) | 1 ปี | ม.9 |
| อายุความ เจ้าหน้าที่ทำละเมิดต่อหน่วยงาน | 2 ปี / 1 ปี | ม.10 |
เจ้าหน้าที่ทำละเมิดในหน้าที่ → ใครรับผิด?
หน่วยงานของรัฐรับผิดแทน (ม.5) — ฟ้องเจ้าหน้าที่โดยตรงไม่ได้
เจ้าหน้าที่ทำละเมิดนอกหน้าที่ → ใครรับผิด?
เจ้าหน้าที่รับผิดส่วนตัว (ม.6) — ฟ้องหน่วยงานของรัฐไม่ได้
หน่วยงานไล่เบี้ยได้เฉพาะกรณีใด?
จงใจ หรือ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง (ม.8) เท่านั้น
เจ้าหน้าที่หลายคนทำละเมิด — ใช้หลักหนี้ร่วมหรือไม่?
ไม่ใช้ (ม.8) — แต่ละคนรับผิดเฉพาะส่วนของตน
อายุความไล่เบี้ยตาม ม.9 คือเท่าไหร่?
1 ปี นับแต่วันที่ได้ใช้ค่าสินไหมแก่ผู้เสียหาย
ผู้เสียหายไม่พอใจผล → ร้องทุกข์ภายในกี่วัน?
90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการวินิจฉัย (ม.11)
เจ้าหน้าที่ไม่สังกัดหน่วยงานใด → ใครรับผิด?
ให้ถือว่ากระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานที่รับผิด (ม.5 วรรค 2)
❌ เข้าใจผิด
ผู้เสียหายฟ้องตัวเจ้าหน้าที่ที่กระทำละเมิดในหน้าที่ได้โดยตรง
✅ ถูกต้อง
ม.5 ห้ามฟ้องเจ้าหน้าที่โดยตรง ต้องฟ้องหน่วยงานของรัฐเท่านั้น
❌ เข้าใจผิด
หน่วยงานของรัฐต้องไล่เบี้ยเจ้าหน้าที่ทุกกรณีที่ชดใช้แทนไป
✅ ถูกต้อง
ไล่เบี้ยได้เฉพาะกรณีเจ้าหน้าที่ 'จงใจ' หรือ 'ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง' เท่านั้น
❌ เข้าใจผิด
เจ้าหน้าที่หลายคนทำละเมิดร่วมกัน ต้องร่วมรับผิดทั้งหมด
✅ ถูกต้อง
ม.8 ตัดหลักลูกหนี้ร่วม แต่ละคนรับผิดเฉพาะส่วนของตน
❌ เข้าใจผิด
หน่วยงานต้องไล่เบี้ยเต็มจำนวนที่ชดใช้ไป
✅ ถูกต้อง
ม.8 ให้คำนึงถึง 'ระดับความร้ายแรง' และ 'ความเป็นธรรม' ไม่จำเป็นต้องให้ชดใช้เต็มจำนวน
ม.5 = ทำในหน้าที่ → ฟ้องหน่วยงาน / ม.6 = ทำนอกหน้าที่ → ฟ้องเจ้าหน้าที่เอง
ไล่เบี้ย (ม.8) = เฉพาะ "จงใจ" หรือ "ประมาทร้ายแรง" เท่านั้น
ไม่ใช้หลักหนี้ร่วม — แต่ละคนรับผิดเฉพาะส่วนตน
ไล่เบี้ยไม่จำเป็นต้องเต็มจำนวน — ดูความร้ายแรงและความเป็นธรรม
อายุความไล่เบี้ย = 1 ปี (ม.9) / เจ้าหน้าที่ทำแก่หน่วยงาน = 2 ปี → 1 ปี (ม.10)
ร้องทุกข์ต่อ กฤษฎีกา ภายใน 90 วัน หลังได้รับแจ้งผล (ม.11)
เจ้าหน้าที่ไม่สังกัดที่ใด → กระทรวงการคลังรับผิดแทน
1. ตามมาตรา 5 เมื่อเจ้าหน้าที่กระทำละเมิดต่อบุคคลภายนอกในการปฏิบัติหน้าที่ ผู้เสียหายต้องฟ้องใคร?
2. ตามมาตรา 6 กรณีใดที่ผู้เสียหายจะฟ้องเจ้าหน้าที่โดยตรงได้?
3. ตามมาตรา 5 วรรคสอง ถ้าการละเมิดเกิดจากเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้สังกัดหน่วยงานของรัฐแห่งใด ให้ถือว่าใครเป็นหน่วยงานที่ต้องรับผิด?
4. ตามมาตรา 8 หน่วยงานของรัฐมีสิทธิไล่เบี้ยเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ได้เฉพาะกรณีใด?
5. ตามมาตรา 8 วรรคสี่ กรณีที่การละเมิดเกิดจากเจ้าหน้าที่หลายคน หลักใดที่ "ไม่นำมาใช้บังคับ"?
6. ตามมาตรา 8 การไล่เบี้ยจากเจ้าหน้าที่ต้องคำนึงถึงสิ่งใดเป็นเกณฑ์?
7. ตามมาตรา 9 อายุความสำหรับสิทธิไล่เบี้ยระหว่างหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่มีกำหนดเท่าใด?
8. ตามมาตรา 10 กรณีเจ้าหน้าที่ทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐในการปฏิบัติหน้าที่ ให้นำบทบัญญัติใดมาใช้บังคับ?
9. ตามมาตรา 11 หากผู้เสียหายไม่พอใจในผลการวินิจฉัยของหน่วยงานของรัฐ จะต้องร้องทุกข์ต่อ กฤษฎีกา ภายในกี่วัน?
10. ข้อใดต่อไปนี้สรุปสาระสำคัญของ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ได้ถูกต้องที่สุด?